พฤษภาคม 07, 2021, 04:38:39 AM
ข่าว: SMF - Just Installed!
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: มรสุม  (อ่าน 2440 ครั้ง)
admin
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 164



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2016, 09:53:14 AM »

       เราจะเห็นได้ว่า  มรสุมคือลมที่พัดด้วยความเร็วสูง ทำให้ต้นไม้กิ่งไม้หัดโคน บางก็มาพร้อมฝนกระหน่ำ ในส่วนของภาคใต้บ้านเราจะมีลมมรสุมอยู่ในสองลักษณะ คือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และทะเลสาบสงขลา จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่า ทำให้ฝนตกหนักน้ำท่วม คลื่นลมแรง ชาวประมงออกทะเลไม่ได้แต่ถ้าวันไหนคลื่นลมไม่แรงมากก็จะออกไปเสี่ยงดูว่าจะได้อะไรบ้างเพราะดีกว่าหยุดทำการประมงหลายๆ วัน แต่ในขณะเดียวกันคุณๆ ท่านๆรู้ไหมครับว่า มรสุมมีประโยชน์กับเราเหมือนกัน มาลองทำความเข้าใจกันดูนะครับ

   ทะเลอ่าวไทยพื้นที่จังหวัดสงขลา และทะเลสาปสงขลาจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เราจะเจอฝนและคลื่นลมแรงตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี และในช่วงเดียวกันจะพบว่ามีสัตว์น้ำกินอย่างอุดมสมบูรณ์ แถมพ่วงมาด้วยไข่เต็มท้อง เนื้อปลามันๆ เช่น ปลาท่องเที่ยว ปลาแขยง ปลาดุกทะเล ปลาแป้น ปลากระบอก ปลาขี้ตังหรือบางเรียกปลาตะกรับ แกงส้มกับลูกเถาว์คัน ที่ขึ้นตามริมป่าหรอยสุดๆ แล้วยังมีปูม้า และกุ้งกุ้งต่างๆ เพราะอะไรก็ตอนเดือนตุลาคม และพฤศจิกายนของทุกปี ฝนตกหนัก ส่งให้น้ำไหลบ่าจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำและไหลลงทะเล  โดยทะเลสาบจะเป็นจุดรับน้ำของหลายจังหวัดเลยที่เดียว ประกอบด้วยน้ำจากพื้นที่สงขลาตอนบน จังหวัดนครศรีธรรมราชตอนล่าง และจังหวัดพัทลุง น้ำที่ไหลได้นำสารอาหาร ปุ๋ยต่างๆ ที่ไหลผ่านหน้าดินมาด้วย เช่น สวนยางพารา นาข้าว ซึ่งส่งผลให้น้ำทะเลมีธาตุอาหารและอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำมีอาหารเต็มที่เจริญเติบโตเนื้อหวานรสอร่อย พอถึงตอนนี้ท่านคงอยากถ้าว่าและคลื่มลมในอ่าวไทยหรือทะเลนอก มันเกี่ยวอะไรด้วย  เกี่ยวแน่นอนครับ เพราะว่าเมื่อถึงฤดูมรสุม คลื่นลมจะแรงมาก ประกอบกับช่วงเดือน12  เดือนอ้ายเดือนยี่ เป็นช่วงที่น้ำทะเลจะสูงกว่าเดือนอื่นๆ ในรอบปีตามคำที่ว่า น้ำนองเต็มตลิ่ง แล้วน้ำทะเลยังจะไหลหนุนเข้ามาในลำคลองและแม่น้ำต่างๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทยหลายๆ จุดก็จะได้รับน้ำทะเลที่หนุนเข้ามาเช่นกัน ในเมื่อมีมรสุมคลื่นลมแรง น้ำที่จะหนุนเข้ามานั้นจะต้องได้รับแรงส่งมาจากคลื่นลมที่แรงจากมรสุม คลื่นที่ซัดน้ำทะเลเข้ามานั้นมิได้มาเปล่าๆเสียเมื่อไร ยังหอบเอามาด้วยสารพัดไม่ว่าจะเป็น ขอนไม้ เศษทุ่นเรือ สาหร่าย หรือซากต่างๆ และคงไม่มีใครเดาถูกใช่ไหมครับว่า ในน้ำยังมีนี้เลย ตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ไข่ของสัตว์น้ำ ที่พ่อแม่ของพวกมันว่าอยู่ในทะเลและปล่อยไข่และตัวอ่อนออกมา มีตัวอ่อนอะไรบ้างที่เรารู้จัก เช่น กุ้งต่างๆ ฟ ปลากะพงขาง ปลากะพงแดง ปลากระบอกซึ่งตัวอ่อนและไข่จะลอยอยู่ในน้ำ จากนั้นคลื่นลมที่พัดน้ำทะเลเข้าหาฝั่ง ช่วงใดเป็นคลอง แม่น้ำ ก็จะมีการไหลเข้ามา เช่น ปากทะเลสาบสงขลา คลองสำโรง คลองแดน คลองปากระวะ ซึ่งสัตว์น้ำพวกนี้ก็จะเข้าไปเจริญเติบโตในน้ำกร่อยบริเวณทะเลสาบสงขลา และบางส่วนก็อาศัยอยู่ในคลองนั้น แต่ถ้าตัวอ่อนหรือไข่ของสัตว์น้ำชนิดไหนที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยได้ก็จะตายไป หรืออาจถูกจับกินเป็นอาหารโดยสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่แข็งแรงกว่า หรืออาจเรียกได้ว่าธรรมชาติช่วยในการจัดการสมดุยล์เอง  พอนึกภาพออกกันแล้วนะครับ

   เราจะเห็นได้ว่าเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปีคลื่นจะดันน้ำเข้ามาในทะเลสาบ และจากข้อมูลทางวิชาการที่ศึกษาไว้ พบว่าสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่เข้ามาเช่น ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง ปลากระบอก มีอายุประมาณ 6-8 เดือน กุ้งแชบ้วยมีอายุประมาณ 4- 5 เดือน คราวนี้เราลองนับดูนะครับ คลื่นชัดน้ำเข้ามาพาไข่และตัวอ่อนมาด้วยในเดือนธันวาคม – มกราคม นับไป5 เดือน มีนาคม - เมษายน ของทุกปีเราก็จะมีกุ้งตัวโตๆ ที่จับได้ในทะเลสาบจำนวนมากกว่าทุกๆ เดือน แต่ถ้าถ้ดไปอีกสองเดือนก็เดือนมิถุนายน เราก็จะพบว่ามีปลาตัวโตๆ วางขายในท้องตลาดบ้านเราจำนวนมาก ข้อมูลจากการสังเกตของเราลองเอามารวมวิเคราะห์ดูนะครับ ว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่ การใช่ล่ะก็ เราจัดการอย่างไรกับธรรมชาติดี ที่สร้างมาให้แล้วเพื่อให้สามารถรักษาวงจรดังที่เล่ามาได้ต่อไป หรือเราควรเอาของต่างๆ ที่ขวางคลอง ลำน้ำออกไป เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์วางออกไปวางไข่ และให้ตัวอ่อนกับไข่ไหลกลับเข้ามาได้ หรือช่วยกันขุดลอกคลองต่างๆ ที่เชื่อมต่อทะเลลสาบกลับทะเลอ่าวไทย และจะดูแลกันอย่างไร ลองมาช่วยกันในชุมชนของเรานะครับ ชุมชนข้างๆ จะได้เอาเป็นตัวอย่าง









อัจฉรีย์...รายงาน
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: