สิงหาคม 19, 2017, 03:02:10 AM
ข่าว: SMF - Just Installed!
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2016, 11:18:30 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
วันที่ 27 ก.ย 2559 สถานที่ ม.11 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง อีกสถานที่หนึ่งในวันเดียวกันคือ ม.4 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ปล่อยหนึ่งล้านตัวเช่นกัน


ภาพบรรยากาศการปล่อยกุ้งก้ามกรามจำนวณหนึ่งล้านตัว





 2 
 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2016, 11:13:51 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
วันนี้ที่ 28 กันยายน 2559 สำนักงานประมงอำเภอสทิงพระร่วมกับสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา นำพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 2,500,000 ตัว ปล่อยในทะเลสาบสงขลา โดยปล่อยในเขตฟาร์มทะเลสาบสงขลาตำบลคูขุด จำนวน 1,250,000 ตัวและเขตฟาร์มทะเบสาบตำบลท่าหิน จำนวน 1,250,000 ตัว เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ สร้างอาชีพก่อให้เกิดอาชีพและรายได้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ต่อไป

และวิงวอนขอให้ทำการประมงอย่างมีจิตสำนึกเห็นคุณค่าสูงสุดของทรัพยากรสัตว์น้ำ อย่างยินดีและจริงใจ เพื่อความยั่งยืนต่อไป

ขอบคุณทุกท่านทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม นี่คือน้ำใจของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่มีให้แก่กัน แบ่งปันทรัพยากร  สทิงพระกระแสสินธุ์ ส่งมอบความปรารถนาดีต่อกันมาอย่างยาวนาน และคงเป็นเช่นนี้ตลอดไปนะครับ

นายอนุสร ตันโชติกุล นายอำเภอสทิงพระฝากขอบคุณกรมประมง มาในการนำพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 2.5 ล้านตัวมาปล่อยในเขตฟาร์มทะเลสาบสงขลาเขตอำเภอสทิงพระ เมื่อเช้าวันนี้ครับ




 3 
 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 01:34:26 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
คุยเฟื่องเรื่องเลสาบของจดหมายข่าวฉบับนี้ เรามาคุยกันถึงเรื่อง “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้กันบ้างครับ” เริ่มต้นด้วยกฎแห่งกรรมที่ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้ ในสิ่งที่ตนได้กระทำเอาไว้ คนที่ทำความดีแล้วไม่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ อย่าเพิ่งท้อแท้และน้อยใจน่ะครับ ความดีที่ท่านทำ ย่อมส่งผลให้ท่านได้ดีอย่างแน่นอน

ทีทะเลสาบสงขลาของเราเช่นกันครับ หลายท่านบ่นน้อยใจกับทีมงานจดหมายข่าวในทะเลสาบสงขลาขณะนี้ คนที่ไม่ดีกำลังได้ดีความหมายก็คือ กลุ่มคนที่ทำการประมงผิดกฎหมายอยู่ในขณะนี้กำลังไปได้สวยว่ากันอย่างนั้นจับสัตว์น้ำได้เป็นกอบเป็นกำเพราะอะไร ก็เพราะว่าคนที่ดีเขาหยุดการกระทำที่ไม่ดีโดยเฉพาะเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายหมดแล้ว สัตว์น้ำเริ่มชุกชนเป็นช่องทางให้คนที่ไม่ดี ฉวยโอกาสใช้เครื่องมือประมงดังกล่าว ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็คือกลุ่มคนเหล่านี้เห็นแก่ตัวนั้นเอง อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วข้างต้นครับทำดีย่อมได้ดีทำชั่วย่อมได้ชั่ว ขอให้ท่านที่ทำดีอยู่แล้วจงทำดีต่อไปเถอะครับไม่ต้องน้อยใจ ไม่ต้องยอมแพ้กับสิ่งไม่ดีที่คนบางกลุ่มได้กระทำ ผลกรรมที่เขาทำย่อมส่งผลกับเขาอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนที่ทำแต่กรรมดีครับ

 4 
 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 01:26:36 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
และแล้วก็ถึงสิ้นปี (งบประมาณข้าราชการ) จนได้  แต่ไม่ว่าจะสิ้นปีหรือสิ้นเดือน  สำหรับบางคนก็เหมือนจะสิ้นใจอยู่วันยังค่ำ  ไล่มาตั้งแต่ชะอวดช่วงนี้ทั้งเงียบทั้งเหงา แม่ค้านั่งหาวนอน  แถวนี้เค้าถึงฟ้าถึงฝนกัน สัตว์น้ำจึงไม่ค่อยมี ที่จับได้เยอะก็เห็นจะมีแต่ปลาช่อน  ส่วนแถวคูเต่าช่วงเดือนนี้ก็ดูจะเป็นปูดำที่ค่อนข้างหนาตา หันไปทางไหนก็ชูก้ามหราเต็มไปหมด  ทำให้นึกถึงปูดำอบวุ้นเว้นกันไปเลย เอิ๊ก! น้ำลายไหล  เลยมาแถวปากพะยูน  แถวนี้เค้ามีดีที่กุ้งกุลาดำ  เดือนนี้เริ่มจับกันได้เต็มไม้เต็มมือ  แล้วมาแวะกันที่ตลาดพัทลุง  ช่วงนี้ซบเซา ลูกค้าบางตา  ราวข่าวว่าเศรษฐกิจไม่ดี  ส่วนที่ทะเลน้อยเดือนนี้ปลานิลดำยังครองตลาดเหมือนเดิม  แต่เพิ่มเติมคือแม่ค้าเค้ามีการนำมาแปรรูปเป็นปลาแดดเดียวกันแล้วน๊า  เป็นการเพิ่มมูลค่าที่น่าชื่นชม  มีระบบการจัดการแปรรูปที่ดีแบบนี้ถึงจะจับได้ทีละเป็นร้อยๆกิโลก็ไม่เหลือให้ล้นตลาด  การแปรรูปนอกจากจะแก้ปัญหาปลานิลล้นตลาดแล้ว  ยังสามารถแก้ปัญหาเนื้อปลานิลเหม็นกลิ่นสาบโคลนได้อีกด้วย  เยี่ยมๆ!   ส่วนแถวลำปำชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้น้ำทะเลได้หนุนเข้ามาถึงแดนดินถิ่นกุ้งนา  ทำให้สาหร่ายตายเกิดการเน่าเสียของน้ำ  ทำให้กุ้งนามีน้อยหาไปก็ไม่คุ้มทุน  เสียเวลา  ชาวบ้านจึงหันมาดักปูหาปลาแทน  แถวท่าเสาช่วงนี้ชาวประมงเปลี่ยนจากไซนั่งมาเป็นการวางอวนลอย (อวน 3 ชั้น) เนื่องจากต้องเอาไซนั่งขึ้นมาทำความสะอาดตะใคร่น้ำและปฏิมึงลที่เกาะและตากแดด  จึงทำให้ปริมาณกุ้งที่จับได้มีน้อย   

มาติดตามกันว่า เขตไหน โซนไหน สัตว์น้ำอะไร จะมากน้อยเพียงใด  มาดู!

ตลาดชะอวดและโซนทะเลน้อย...กุ้งก้ามกราม 3.5 กิโลกรัม   ปลากดเหลืองหรือปลากดน้ำจืด 2.3 กิโลกรัม   ปลากระดี่หม้อ 6 กิโลกรัม   ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 53.5 กิโลกรัม   ปลากราย 6.7 กิโลกรัม   ปลากระสงหรือปลาช่อนไช 18 กิโลกรัม   ปลาช่อน 125 กิโลกรัม   ปลาชะโด 4 กิโลกรัม   ปลาดุกด้าน 0.5 กิโลกรัม   ปลาดุกอุย 4.2 กิโลกรัม   ปลาตะเพียนขาว 9.5 กิโลกรัม   ปลาตาแดง 12 กิโลกรัม   ปลาตุม 2 กิโลกรัม   ปลานิลดำ 122 กิโลกรัม   ปลาสร้อยนกเขา 0.5 กิโลกรัม   ปลาสลาด 81 กิโลกรัม   ปลาสลิด 1 กิโลกรัม   ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 16 กิโลกรัม   ปลาหมอไทย 1 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

เกาะใหญ่และโซนทะเลหลวง...กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 430 กิโลกรัม   กุ้งก้ามกราม 132 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 5.3 กิโลกรัม   ปลากดคันหลาว 15 กิโลกรัม   ปลากดเหลืองหรือปลากดน้ำจืด 3 กิโลกรัม   ปลากระทุงเหวปากแดง 5 กิโลกรัม   ปลากระบอกขาว 0.5 กิโลกรัม   ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 42 กิโลกรัม   ปลากะพงหิน 3.5 กิโลกรัม   ปลากระรังดอกแดง 2 กิโลกรัม   ปลาโคบ 7 กิโลกรัม   ปลาจิ้มฟันจระเข้ 17 กิโลกรัม   ปลาช่อน 24 กิโลกรัม   ปลาชะโด 5 กิโลกรัม   ปลาชะโอน 0.2 กิโลกรัม   ปลาดุกทะเลหรือปลามิหลัง 115 กิโลกรัม   ปลาดุกอุย 0.7 กิโลกรัม   ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 6.2 กิโลกรัม   ปลาตะเพียนขาว 12 กิโลกรัม   ปลาตาแดง 10 กิโลกรัม   ปลานิลดำ 25 กิโลกรัม   ปลาบู่ทราย 2.2 กิโลกรัม   ปลาแป้นเล็ก 7.5 กิโลกรัม   ปลาแป้นใหญ่ 1 กิโลกรัม   ปลามะลิ 30 กิโลกรัม   ปลาแมวหูขาว 45 กิโลกรัม   ปลาลิงหรือปลาแกง 1 กิโลกรัม   ปลาสร้อยนกเขา 162 กิโลกรัม   ปลาสลาด 54 กิโลกรัม   ปลาเสือพ่นน้ำ 0.7 กิโลกรัม   ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 55.5 กิโลกรัม   ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 310 กิโลกรัม   ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 215 กิโลกรัม   ปลาไหล 2 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

คูขุดปากพะยูนและโซนทะเลสาบตอนใน...กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 70 กิโลกรัม   กุ้งก้ามกราม 127.5 กิโลกรัม   กุ้งกุลาดำ 112.7 กิโลกรัม   กุ้งแชบ๊วยหรือกุ้งหางแดง 30 กิโลกรัม   กุ้งฝอยหรือกุ้งอ่อน 30 กิโลกรัม   กุ้งตะกาดขาวหรือกุ้งหัวแข็งเล็ก 93 กิโลกรัม   กุ้งตะกาดหรือกุ้งหัวแข็งใหญ่,กุ้งโอคั๊ก 24 กิโลกรัม   กุ้งหัวมัน 61 กิโลกรัม   ปลากดขี้ลิง 20 กิโลกรัม   ปลากดเหลืองหรือปลากดน้ำจืด 1 กิโลกรัม   ปลากระทุงเหวควาย 2 กิโลกรัม   ปลากระบอกขาว 26 กิโลกรัม   ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 21 กิโลกรัม   ปลากะพงข้างปาน 0.1 กิโลกรัม   ปลากะพงขาว 4 กิโลกรัม   ปลากะพงหิน 2.3 กิโลกรัม   ปลากะสงหรือปลาช่อนไช 2 กิโลกรัม   ปลาโคบ 9 กิโลกรัม   ปลาช่อน 389 กิโลกรัม   ปลาดุกทะเลหรือปลามิหลัง 308 กิโลกรัม   ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 47.8 กิโลกรัม   ปลาท่องเที่ยว 50 กิโลกรัม   ปลานิลดำ 136.5 กิโลกรัม   ปลาบู่ทราย 0.8 กิโลกรัม   ปลาบู่ทองหรือปลาทราย 0.3 กิโลกรัม   ปลาแป้นเล็ก 6 กิโลกรัม   ปลาแป้นใหญ่ 11 กิโลกรัม   ปลามะลิ 3 กิโลกรัม   ปลาแมวหูขาว 5 กิโลกรัม   ปลาลิ้นหมาหรือปลายอดม่วง 3 กิโลกรัม   ปลาวัวเล็ก 3.5 กิโลกรัม   ปลาสร้อยนกเขา 5.5 กิโลกรัม   ปลาสลาด 38.2 กิโลกรัม   ปลาสลิดหินจุดขาวหรือปลาขี้ตังลาทา 7 กิโลกรัม   ปลาสลิดหินจุดส้มใหญ่ 1 กิโลกรัม   ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 29 กิโลกรัม   ปลาหมอไทย 1 กิโลกรัม   ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 21.5 กิโลกรัม   ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 42 กิโลกรัม   ปลาหางควายหางแถบ 0.1 กิโลกรัม   ปลาอุบหรือปลาอีฆ้อง,ปลาคางคกทะเล,ปลาอีฆ้อง,ปลาคางคกทะเล 23 กิโลกรัม   ปูดำ 30 กิโลกรัม   ปูม้า 15 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

โซนทะเลสาบตอนนอก...กุ้งกุลาดำ 0.5 กิโลกรัม   กุ้งกุลาลายหรือกุ้งตะเข็บ 0.1 กิโลกรัม   กุ้งแชบ๊วยหรือกุ้งหางแดง 45 กิโลกรัม   กุ้งฝอยหรือกุ้งอ่อน 4 กิโลกรัม   กุ้งตะกาดขาวหรือกุ้งหัวแข็งเล็ก 353 กิโลกรัม   กุ้งตะกาดหรือกุ้งหัวแข็งใหญ่,กุ้งโอคั๊ก 36 กิโลกรัม   กุ้งหัวมัน 9 กิโลกรัม   ปลากดขี้ลิง 20 กิโลกรัม   ปลากระบอกขาว 21 กิโลกรัม   ปลากระเบน 0.5 กิโลกรัม   ปลากะพงขาว 1 กิโลกรัม   ปลากะพงทองหรือปลาอั้งจ๊อ 0.2 กิโลกรัม   ปลากะรังจุดส้ม 3 กิโลกรัม   ปลาโคบ 5 กิโลกรัม   ปลาดุกทะเลหรือปลามิหลัง 13 กิโลกรัม   ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 20 กิโลกรัม   ปลาท่องเที่ยว 10 กิโลกรัม   ปลาบู่จุดเขียว 5 กิโลกรัม   ปลาแป้นเล็ก 1 กิโลกรัม   ปลาลิ้นหมาหรือปลายอดม่วง 0.5 กิโลกรัม   ปลาสลิดหินจุดขาวหรือปลาขี้ตังลาทา 10 กิโลกรัม   ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 5 กิโลกรัม   ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 19 กิโลกรัม   ปลาหางควายหางแถบ 1.5 กิโลกรัม   ปลาอุบหรือปลาอีฆ้อง,ปลาคางคกทะเล,ปลาอีฆ้อง,ปลาคางคกทะเล 2 กิโลกรัม   ปูดำ 21 กิโลกรัม   ปูม้า 98 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

อีกไม่กี่เดือนก็จะปีหน้าฟ้าใหม่แล้ว ตอนนี้ให้ก็ขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  อดทนกันนะคะ  คิดว่าฟ้าใหม่มาสถานการณ์ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นบ้าง  แต่ช่วงนี้ก็ระมัดระวังฟ้าฝนกันด้วยนะคะ  แอบได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาเค้าพยากรณ์กันว่าปลาปีนี้น้ำท่าจะเกินบริบูรณ์  ฟ้าฝนก็จะแข่งกันคะนองกว่าปีที่แล้ว  ดูแลรักษาตัวกันดีดี  โชคดีกันถ้วนหน้าน๊าค๊าพี่น้องงงงงงง!


กมลศิริ  รักกมล...รายงาน

 5 
 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2016, 09:32:25 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เรียนท่านสมาชิก และผู้เข้าเยี่ยมชม เว็บไซด์และเว็บบอร์ดของ sklonline.com ทุกท่านครับ

ตอนนี้ทางทีมงานจดหมายข่าวได้จัดทำ จดหมายข่าวฉบับที่ 5/2559 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจจะช้าไปบ้าง เนื่้องจากการเงินและงบประมาณที่ออกมาล่าช้า แต่ไม่เป็นไร ทางทีมงานจะจัดทำให้ครบ 6 ฉบับ ตามเป้าหมาย เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของโครงการฯ หรือเรื่องอื่นๆ ที่มีประโยชน์ ทางทีมงานจะนำมารายงานให้ทราบกันต่อไป และขณะนี้ทางทีมงานจะจัดส่งให้สมาชิกได้อ่านกันต่อไปครับ สำหรับท่านที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต สามารถดาวน์โหลดได้ที่หน้าแรกเลยครับ หรือ คลิกตามลิ้งนี้ครับ







http://sklonline.com/download/Let_5-59/SKL_Letter_5-2016.pdf

 6 
 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 01:32:54 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Valamugil cunnesius  (Valenciennes,1836) Longarm mullet

ลักษณะ : ลำตัวทรงกระบอก ส่วนท้ายแบนด้านข้าง หัวสั้นทู่จะงอยปากสั้น เยื่อหุ้มตาปกคลุมทั้งส่วนหน้าและส่วนท้ายของตา ปลายขากรรไกรบนถูกบังหมดขณะปิดปาก จุดเริ่มต้นของครีบหลังอันแรกอยู่เหนือแนวส่วนต้นของครีบก้น ครีบอกสั้นกว่า ส่วนหัว ครีบหลังมีก้านครีบแข็ง 4-5 ก้าน ก้านครีบอ่อน 8 ก้าน ครีบก้นมีก้านครีบแข็ง 2-3 ก้าน ก้านครีบอ่อน 9 ก้าน ครีบหางเว้าเล็กน้อย ลำตัวมีสีขาว-เงินตลอดตัว บริเวณหลังมีสีเทา ครีบอกใสหรือสีเหลืองจาง มีจุดสีดำ 1 จุดบนฐานครีบอก ครีบอื่นๆใส ขอบครีบหางสีดำจาง ตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 41 เซนติเมตร

นิเวศวิทยา : อาศัยในจืด  น้ำกร่อย และน้ำทะเล บริเวณชายฝั่งทะเล และปากแม่น้ำ เป็นปลาที่มีการอพยพไปมาระหว่างแหล่งน้ำจืดกับน้ำทะเลตามช่วงชีวิต โดยในช่วงที่มีการผสมพันธุ์จะมีการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ในบริเวณชายฝั่ง ระยะวัยรุ่นจะอพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณแม่น้ำที่ได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้น-น้ำลง หากินบริเวณพื้นท้องน้ำ อาหาร ได้แก่ อินทรีย์สารที่ผสมอยู่ในทรายหรือโคลนบริเวณพื้นท้องน้ำ

การแพร่กระจาย : ทะเลสาบตอนบน ทะเลสาบตอนกลาง  ทะเลสาบตอนล่าง  ปากทะเลสาบ และชายฝั่งทะเลอ่าวไทย


ฉวีวรรณ  รายงาน

 7 
 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 01:22:19 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ตอน ขอสักกี่ครั้ง...คุณถึงจะยอม

        พูดกันยาวนานเหลือเกินครับสำหรับเครื่องมือประมงที่ผิดกฏหมาย ขอร้องก็แล้ว บังคับใช้กฏหมายก็แล้ว เหมือนเดิมครับ ยังคงมีบุคคลบางกลุ่มที่ยังคงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ขอเพียงตัวเองอยู่รอด ส่วนคนอื่นช่างมัน ต้องขอโทษจริง ๆ น่ะครับ ที่จดหมายข่าวคอลัมส์นี้เริ่มต้นด้วยความรู้สึกที่ฟังแล้ว อาจจะไม่ค่อยสบายใจกับหลาย ๆ ฝ่าย แต่ถ้าปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลยตามเลย ใครจะทำอะไรก็ช่าง ก็แสดงว่าเราไม่ใช่พระเอกตัวจริงในเรื่องทะเลสาบ ต้องคนละนิดละหน่อยน่ะครับสิ่งไหนช่วยได้เราทุกคนต้องไม่นิ่งดูดาย มองไกล ๆ มองอนาคต อย่าคิดแค่ชั่วยามเดียวหรือเอาตัวรอดไปวัน ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ จะเป็นเช่นไร ถ้าเรามองไม่ไกลไปกว่านี้

   บางพื้นที่เครื่องมือประมงที่ผิดกฏหมาย ยังคงมีให้เห็นกันอยู่น่ะครับ เจ้าหน้าที่เผลอแล้วเจอกัน อะไรประมาณนี้ ถ้าเป็นเช่นนี้ แล้วเมื่อไหร่ทะเลสาบสงขลาของเราจะกลับมาซึ่งความอุดมสมบรูณ์ ตามที่ทุกคนคาดหวังล่ะครับในฐานะที่เป็นทีมงานจดหมายข่าว ต้องขอร้องและขอความร่วมมือเป็นครั้งที่หลายร้อยแล้วครับ เห็นแก่ส่วนรวมหน่อยเถอะ อดทน อดใจรอ แล้วสิ่งที่ท่านอยากได้สิ่งที่ท่านอยากเห็นมันค่อย ๆ กลับมาหาตัวท่านเอง

   อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณ สำหรับกลุ่มบุคคลบางกลุ่มบางพื้นที่ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนครับ คนที่ยังคิดไม่ได้ก็ขอให้ค่อย ๆ คิดครับ ส่วนคนที่คิดดีทำดีอยู่แล้ว ขออวยพรให้ประสบพบเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตของท่านและครอบครัวน่ะครับ



จำนง  รายงาน

 8 
 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 01:21:53 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
        เป็นเรื่องปกติและธรรมดาครับที่สังคมใดสังคมหนึ่งย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ต้องช่วยกันครับอย่าให้คนที่ไม่ดี มีที่ยืนในสังคม ทะเลสาบสงขลาของเราก็เช่นกันครับ คนดีนั้นเป็นที่ประจักครับว่ามีมากจริง ๆ จดหมายข่าวฉบับนี้ขอยกตัวอย่างบุคคลเหล่านี้ สักหนึ่งท่านครับเพื่อเป็นแบบอย่าง และกำลังใจที่ดีสำหรับท่านที่พร้อมที่จะทำความดีเพื่อทะเลสาบสงขลา

   คุณมานัตต์  เทพรักษ์ 4/5 ม.5 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ปัจจุบันประกอบอาชีพประมงเป็นหลักครับคติและคุณธรรมประจำใจรักทะเลสาบสงขลาเหมือนกับรักลูกตัวเอง ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์กับทะเลสาบสางขลาและชุมชน ประมงอาสาคือตำแหน่งที่ได้มาซึ่งความภาคภูมิใจเป็นบุคคลสำคัญในการประสานงานระหว่างชาวประมงกับภาครัฐ นอกจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับทะเลสาบสงขลาแล้วด้านชุมชนก็เด่นไม่แพ้กันครับเสียสละทุ่มเทเพื่อชุมชนโดยตลอด ที่ไหนมีงานที่นั่นมีคุณมนัส ว่ากันอย่างนั้นครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้คงไม่แปลกอะไรน่ะครับที่ทีมงานจดหมายข่าวของเรายกให้เขาคนนี้เข้าสู่ทำเนียบคนดีศรีเลสาบ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับพี่น้องชาวทะเลสาบที่มุ่งมั่นตั้งใจทำคุณงามความดีเพื่อทะเลสาบสงขลาร่วมด้วยช่วยกันน่ะครับขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน สำหรับท่านต่อไปเตรียมตัวให้พร้อมครับสะสมความดีเอาไว้เยอะ ๆ แล้วทีมงานจดหมายข่าวของเราจะไปหาท่านถึงบ้านอย่างแน่นอน


จำนง รายงาน

 9 
 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 01:19:37 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
     เมื่อสภาพฝนฟ้าอากาศแปรปรวน  เลยทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้พลอยปรวนแปรไปด้วย (ชาวประมงบางคนเขาว่ามา) เพลงฝนเดือนหก  ของคุณรุ่งเพชร  แหลมสิงห์ ที่ว่า ?ย่างเข้าเดือนหก  ฝนก็ตกพรำๆ?  คงต้องขอเปลี่ยนเนื้อร้องเป็น ?ย่างเข้าเดือนแปด  แดดยังแผดเปรี้ยงๆ? ซะแล้ว  ตอนแรกยังคิดว่าเข้าพรรษาฝนน่าจะตกเป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว  แต่ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ 

     จากการสอบถามพี่น้องชาวประมงในบางพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาทำให้ทราบว่า ปริมาณสัตว์น้ำบางชนิด เช่น กุ้งก้ามกราม ที่บ้านขาว อ.ระโนด และที่เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์  จับกันได้ในปริมาณที่น้อยลง จึงมีโอกาสได้เห็นว่าแม่บ้านชาวประมงบางคนนั่งหน้าดำหน้าแดง  ก็ไม่ทราบว่าเพราะโดนแดดแรงหรือโดนพิษเศรษฐกิจรุมเร้า  (ไม่กล้าสอบถามเพราะกลัวโดนรุมฝากรักด้วยรอยเท้า)

     ตลาดชะอวดและโซนทะเลน้อย...กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 2 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 15 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 1.5 กิโลกรัม  ปลากราย 5 กิโลกรัม  ปลาช่อน 54 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือช่อนไช 7 กิโลกรัม  ปลาชะโด 5 กิโลกรัม  ปลาชะโอน 0.5 กิโลกรัม  ปลาซิวไม้ไผ่ 6 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 4.5 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 2 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 14 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 37 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 0.2 กิโลกรัม  ปลาพรหมหัวเหม็น 1 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 3 กิโลกรัม  ปลายี่สก 5 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขา 0.5 กิโลกรัม  ปลาสลาด 70 กิโลกรัม  ปลาสลิด 3 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 57 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 30 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 3 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 0.5 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     เกาะใหญ่และโซนทะเลหลวง...กุ้งกะต่อมหรือกุ้งนาปริมาณที่จับได้ในเดือนนี้ลดลงจากเดือนที่แล้วครึ่งต่อครึ่งเหลือ 450 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 159.2 กิโลกรัม  ปลากดคันหลาว 25 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 5 กิโลกรัม  ปลากระทิงลายหรือกระทิงผ้าร้าย 0.2 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวควาย 2 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 21 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 2 กิโลกรัม ปลากะพงหิน 8.1 กิโลกรัม  ปลาแขยงขาวหรือแขยงนวล 0.7 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ 12 กิโลกรัม  ปลาช่อน 27 กิโลกรัม  ปลาชะโด 1 กิโลกรัม  ปลาชะโอน 0.5 กิโลกรัม ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 101 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 3 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 4 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 6.5 กิโลกรัม  ปลาตาเหลือก 0.2 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 48 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 3.7 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 4 กิโลกรัม  ปลามะลิ 120 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 82 กิโลกรัม  ปลากระแหหรือลำปำ 0.2 กิโลกรัม  ปลาลิงหรือแกง 2 กิโลกรัม  ปลาวัว 1 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขา 16.3 กิโลกรัม  ปลาสลาด 55 กิโลกรัม  ปลาเสือพ่นน้ำ 1 กิโลกรัม  ปลาเสือสุมาตรตรา 2 กิโลกรัม  ปลาโสดหรือกระสูบขีด 17.5 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 58.5 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 11 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 365 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 65 กิโลกรัม  ปลาไหล 10 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     คูขุดปากพะยูนและโซนทะเลสาบตอนใน...กุ้งหัวแข็งเล็ก 1433 กิโลกรัม  กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 100 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 92.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 12.7 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 113.4 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 70 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 3 กิโลกรัม  ปลากดขี้ลิง 2 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 0.5 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 13 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 1 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 0.7 กิโลกรัม  ปลาขี้ขมหรือสร้อยนกเขา 0.2 กิโลกรัม  ปลาแขยงขาวหรือแขยงนวล 0.5 กิโลกรัม  ปลาโคบ 5 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ 2 กิโลกรัม  ปลาช่อน 237 กิโลกรัม  ปลาชะโด 8 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 239 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 56.5 กิโลกรัม  ปลาตาเหลือก 0.2 กิโลกรัม  ปลาท่องเที่ยว 20 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 81 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 8 กิโลกรัม  ปลาแป้นใหญ่ 0.5 กิโลกรัม   ปลาแมวหูขาว 6 กิโลกรัม  ปลาลิ้นควายหรือใบขนุน 0.2 กิโลกรัม  ปลาสลาด 56.5 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินหรือขี้ตังลาทา 6 กิโลกรัม   ปลาโสดหรือกระสูบขีด 8.5 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 70 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 2.2 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     โซนทะเลสาบตอนนอก...กุ้งกุลาดำ 0.7 กิโลกรัม  กุ้งกุลาลาย 0.2 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 126 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งเล็ก 423 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 71 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 0.2 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 17 กิโลกรัม  ปลากะรังดอกแดง 5 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 15 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 13 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 5 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 1 กิโลกรัม  ปลายอดม่วง 0.1 กิโลกรัม  ปลาลิ้นควายหรือใบขนุน 0.3 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินหรือขี้ตังลาทา 3 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 15 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 51 กิโลกรัม  ปูดำ 10 กิโลกรัม  ปูม้า 455 กิโลกรัม  ปลากะพงทองหรืออั้งจ๊อ 0.2 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     ช่วงนี้ถ้าฝนจะตกแต่ละทีก็ต้องเป็นช่วงที่มรสุมเข้า  ซึ่งก็มากันทั้งลมทั้งฝน  หนักเข้าก็ออกหาปลาทำประมงกันไม่ได้  ต้องนอนใต้ชายคาแหงนหน้านับเม็ดฝนกันไปพลาง  ก็ขอภาวนาให้สภาวการณ์สัตว์น้ำดีวันดีคืน  ไม่อย่างนั้น อาจเกิดมรสุมชีวิตกันบ้าง  ก็เป็นได้!                        
กมลศิริ  รักกมล...รายงาน

 10 
 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2016, 11:00:00 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
     นี่ก็ปาเข้าไปกลางปีแล้ว  ฝนยังตกนับเม็ดกันได้อยู่เลย  ที่เค้าว่า  ร้อนตับแตก  ร้อนตับแลบ  มันเป็นอย่างนี้นี่เอง  สงสัยจะให้ฝนตกลงมาเป็นสาย  ต้องหลังเข้าพรรษาโน่นเลย  แต่จะว่าไปแล้ว  ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก  พี่น้องชาวประมงก็ยังคงต้องทำมาหากิน  ต้องออกจับปูหาปลากันอยู่วันยังค่ำ  อาชีพทำประมง  จะมาคอยเลือกฟ้าเลือกฝนอยู่ก็อดตายกันพอดี  ก็บ่นๆรำพึงรำพันกันให้พอคลายหายร้อนกันบ้าง  ไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่านี้  เพราะถึงอย่างไรชีวิตก็ยังต้องดำเนินกันต่อไปตามวิถีของแต่ละคน  เอาเป็นไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก  ก็ขอให้กุ้งหอยปูปลามีให้จับกันเยอะๆก็พอ อย่าต้องให้ลุ้นกันรายวันเหมือนต้นปีที่ผ่านมา  บอกได้เลยว่า   สาหัสสากรรจ์จริงๆค๊าบเพ่น้อง!

     ตลาดชะอวดและโซนทะเลน้อย...โซนนี้ตั้งแต่เดือนที่แล้วจนถึงปัจจุบันปริมาณปลาช่อนก็ยังคงล้นหลามเหมือนเดิม ยังคงอยู่ที่ 196 กิโลกรัม  ส่วนสัตว์น้ำชนิดอื่นที่เห็นกันมีกุ้งก้ามกราม 1 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 1 กิโลกรัม  ปลากระดี่หม้อ 1 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 1 กิโลกรัม  ปลากราย 9 กิโลกรัม  ปลาแก้มช้ำ 0.1 กิโลกรัม    ปลาขี้ขมหรือสร้อยนกเขา 1 กิโลกรัม  ปลาแขยงขาวหรือแขยงนวล 0.5 กิโลกรัม  ปลาช่อนไชหรือกระสง 2 กิโลกรัม  ปลาชะโด 28 กิโลกรัม  ปลาชะโอน 2 กิโลกรัม  ปลาซิวไม้ไผ่ 3 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 31.5 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 8 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนทรายหรือลูกขาว 6 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 55 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 83 กิโลกรัม  ปลาเนื้ออ่อน 0.5 กิโลกรัม  ปลาสลาด 70 กิโลกรัม  ปลาสลิด 25 กิโลกรัม  ปลาโสดหรือกระสูบขีด 47 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 51 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 34 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     เกาะใหญ่และโซนทะเลหลวง... กุ้งกะต่อมหรือกุ้งนาปริมาณที่จับได้ในเดือนนี้กับเดือนที่แล้วไม่แตกต่างกัน แต่เดือนนี้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 960 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 175 กิโลกรัม  ปลากดคันหลาว 38 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 3 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวควาย 15 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 30 กิโลกรัม  ปลากระเบน 2 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 5 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 8.1 กิโลกรัม  ปลาขี้ขมหรือปลาสร้อยนกเขา 5 กิโลกรัม  ปลาโคบ 26 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ 26 กิโลกรัม  ปลาช่อน 54 กิโลกรัม  ปลาช่อนไชหรือกระสง 0.5 กิโลกรัม  ปลาชะโด 3 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 141 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 9 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 6 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนทรายหรือลูกขาว 6 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 6 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 22.6 กิโลกรัม  ปลาปักเป้าน้ำจืด 1 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 7 กิโลกรัม  ปลามะลิ 100 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 36 กิโลกรัม  ปลายี่สก 13 กิโลกรัม  ปลาสลาด 26.5 กิโลกรัม  ปลาโสดหรือกระสูบขีด 15 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 40 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 1 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 196 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 192 กิโลกรัม(ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     คูขุดปากพะยูนและโซนทะเลสาบตอนใน...ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ในเดือนนี้เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว บางชนิดก็ดูจะทรงๆค่อนไปทางทรุดๆอย่างกุ้งหัวแข็งเล็ก 382 กิโลกรัม  แต่บางชนิดก็เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วเช่นปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 326 กิโลกรัม ส่วนสัตว์น้ำชนิดอื่น  กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 132 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 48.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 3.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาลาย 7 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 56 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 85 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 16.4 กิโลกรัม  ปลากระทิงไฟหรือกระทิงดอกไม้ 0.2 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวควาย 1 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 23 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 6.5 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 5 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 0.7 กิโลกรัม  ปลาขี้ขมหรือสร้อยนกเขา 0.5 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ 3 กิโลกรัม  ปลาช่อน 180 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 24 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 10 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 3.5 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 2 กิโลกรัม  ปลามะลิ 10 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 7 กิโลกรัม  ปลาวัว 3 กิโลกรัม  ปลาสลาด 3.5 กิโลกรัม  ปลาสลิด 3 กิโลกรัม   ปลาโสดหรือกระสูบขีด 15.5 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 6 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 9.2 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 20 กิโลกรัม  ปลาอีฆ้อง 2 กิโลกรัม  ปูดำ 12 กิโลกรัม  ปูม้า 27 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     โซนทะเลสาบตอนนอก...โซนนี้สัตว์น้ำตัวหลักๆก็เห็นกันชัดๆว่าปริมาณหนาตาขึ้นมาเลยทีเดียว หัวแข็งเล็ก 990 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 107 กิโลกรัม  กั้งตั๊กแตน 0.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาลาย 3 กิโลกรัม  กุ้งขาว 7 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 42 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 19 กิโลกรัม  ปลากดขี้ลิง 5.5 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 5 กิโลกรัม  ปลากุเรา 0.1 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 22 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 5 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 20 กิโลกรัม  ปลาลิ้นควายหรือใบขนุน 0.2 กิโลกรัม  ปลาลิ้นหมา 0.1 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 1 กิโลกรัม  ปูดำ 3.5 กิโลกรัม  ปูม้า 215 กิโลกรัม  ปลากะพงทองหรืออั้งจ๊อ 0.1 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

     ครึ่งปีหลังแลท่าสถานการณ์สัตว์น้ำจะดีกว่าต้นปีที่ผ่านมา  ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากความร่วมมือร่วมใจกันทั้งภาครัฐและภาคราษฏร์ ในการที่จะอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำให้คงอยู่ยั่งยืนตลอดไป  ขอชื่นชม! 
      



                  
กมลศิริ  รักกมล...รายงาน

หน้า: [1] 2 3 ... 10