|
ทะเลสาบสงขลามีทรัพยากรสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
ทั้งสัตว์น้ำเค็ม สัตว์น้ำกร่อยและน้ำจืดหมุนเวียนตลอดปี จึงเป็นแหล่งผลิตอาหารสัตว์น้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย
ผลผลิตสัตว์น้ำจากทะเลสาบสงขลา เช่น กุ้งก้ามกราม ปลากะพงขาว ฯลฯ นอกจากเป็นอาหารของคนในพื้นที่แล้วยังเป็นสินค้าส่งขายไปยังภาคกลางและประเทศใกล้เคียงอีกด้วย
เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในทางเพิ่มขึ้นหรือลดลง ย่อมจะมีผลกระทบต่ออาชีพของราษฎรธ์รอบทะเลสาบ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงชนิดและปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลามีสาเหตุมาจากปัจจัยหลัก
2 ประการคือ ความสมดุลย์ตามธรรมชาติและจากผลการกระทำของมนุษย์
กุ้งทะเล นับเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีผลผลิตสูง
กุ้งทะเลหลายชนิดเข้ามาเจริญเติบโตเป็นผลผลิตของทะเลสาบตลอดปี มีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละเดือนหมุนเวียนไปตามฤดูกาลและสภาวะแวดล้อมตามวงจรชีวิตของกุ้งแต่ละชนิด
ชนิดกุ้งทะเลที่พบในทะเลสาบสงขลา
กุ้งที่มีขนาดใหญ่และมีราคาแพง ประกอบด้วย |
| 1.
กุ้งหางแดงหรือกุ้งแชบ๊วย
(Penaeus merguiensis De Man, 1888) ในทะเลสาบสงขลาจะพบกุ้งชนิดนี้อาศัยอยู่ตั้งแต่ขนาดเล็ก
ความยาว 3.5 ซม. จนถึงตัวเต็มวัยที่มีความยาวตลอดตัว 17.4 ซม. (ความยาวเปลือกหัว
3.6 ซม.) ตั้งแต่ปากทะเลสาบไปจนถึงอำเภอปากพะยูน ความเค็มตั้งแต่ 7-34
ppt. พบได้ตลอดปี แต่จะพบมากช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี การซื้อขายแบ่งออกเป็น
3 ขนาด คือ ขนาดเล็กความยาวตลอดตัว 3-4 เซนติเมตร กุ้งขนาดกลางความยาวตลอดตัว
8-10 เซนติเมตร และกุ้งขนาดใหญ่ความยาวตลอดตัว 11-17 เซนติเมตร กุ้งขนาดใหญ่จะมีน้ำหนักระหว่าง
11-42.9 กรัม |
|
| |
|
| 2.
กุ้งกุลาดำ (Penaeus
monodon Fabricius, 1798) พบทั้งในทะเลสาบตอนนอกที่มีความเค็มสูง
(30-33 ppt.) และทะเลสาบตอนในที่มีความเค็มต่ำ (2-7 ppt.) ทะเลสาบสงขลามีปริมาณผลผลิตของกุ้งกุลาดำสูงขึ้นมากหลังจากที่มีบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำรอบทะเลสาบเพิ่มขึ้น
ขนาดสูงสุดคือขนาด 20 ซม. น้ำหนัก 70.5 กรัม อยู่ได้ทั้งในความเค็มสูงและความเค็มต่ำ
ผลผลิตรอบทะเลสาบมันจะไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม กุ้งกุลาดำเป็นกุ้งที่มีราคาสูงกว่ากุ้งทุกชนิดในทะเลสาบ |
|
| |
|
| 3.
กุ้งกุลาลาย (Penaens
semisulcatus De Haan, 1844) พบในทะเลสาบตอนนอก (ความเค็มสูง
30-33 ppt.) มากกว่าในทะเลสาบตอนใน (ความเค็มต่ำ 2-7 ppt.) ขนาดอยู่ระหว่าง
10-17 เซนติเมตร |
|
กุ้งขนาดเล็กและปานกลางเป็นกลุ่มกุ้งที่มีขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 17 เซนติเมตร
ประกอบด้วย
| 1.
กุ้งหัวมันหรือกุ้งเหลือง (Metapenaeus
brevicornis H. Milne Edwards, 1837) มีผลผลิตเป็นปริมาณมากในเดือนมีนาคม-เมษายน
ในปี 2540 พบกุ้งหัวมันเกือบตลอดปีทั้งในทะเลสาบตอนในและในทะเลสาบตอนนอก
มีผลผลิตตลอดปีประมาณ 6.5 ตัน |
|
| |
|
| 2.
กุ้งหัวมัน (Metapenaeus
tenuipes Kubo, 1949) ที่พบในปริมาณมาก มี 2 ช่วงคือ
ช่วงแรกเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม และช่วงที่สองเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม
ในเดือนเมษายนกุ้งหัวมันจะมีขนาดเฉลี่ย 4.5 เซนติเมตรขึ้นไป และในเดือนกรกฎาคมจะมีขนาด
6.6 เซนติเมตรขึ้นไป ในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม จะมีกุ้งรุ่นใหม่เข้ามาเป็นผลผลิตปริมาณมากและมีขนาดใหญ่
ในเดือนพฤศจิกายนสามารถส่งไปขายยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์
ได้อีกด้วย |
|
| |
|
3.
กุ้งตะกาดขาว (Metapenaeus
moyebi Kishinouye , 1896) ในทะเลสาบจะเรียกว่ากุ้งหัวแข็ง
เป็นกุ้งขนาดเล็ก มีขนาดไม่เกิน 10 เซนติเมตร พบในปริมาณมากเกือบตลอดปี
ช่วงที่มีผลผลิตต่ำหรือแทบไม่พบเลยอยู่ระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์
เดือนที่มีผลผลิตสูงคือเดือนมีนาคม พฤศจิกายน และเดือนตุลาคม - ธันวาคม
มีปริมาณวันละไม่น้อยกว่า 5,000 กิโลกรัม กุ้งชนิดนี้มีราคาต่ำเนื่องจากมีขนาดเล็ก
และเปลือกแข็ง นิยมนำไปทำเป็นกุ้งแก้ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบสงขลา
ส่งขายในตลาดภาคกลาง และอำเภอหาดใหญ่
ปริมาณการจับกุ้งในทะเลสาบสงขลา |
|
ปริมาณการจับกุ้งทะเลจากแหล่งรับซื้อสัตว์น้ำรอบทะเลสาบในปี
2542 และ 2543 ในปี 2542 นั้น น้ำในทะเลสาบมีความจืด กร่อย และเค็มสลับกันตามปกติ
ทำให้มีผลผลิตกุ้งแชบ๊วยปริมาณมากกว่าปี 2543 ซึ่งเป็นปีที่มีน้ำจืดเกือบตลอดปี
เนื่องจากเป็นปีที่มีน้ำฝนและน้ำท่าในปริมาณมาก มีผลให้ผลผลิตกุ้งกุลาดำสูงขึ้นมากในเดือนธันวาคม
เพราะนากุ้งถูกน้ำท่วมพัดพาเอากุ้งกุลาดำลงมาที่ทะเลสาบสงขลา ในกลุ่มกุ้งเล็ก
กุ้งหัวมันจะเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ขณะที่กุ้งตะกาดขาว (Metapenaeus moyebi) ซึ่งเป็นกุ้งประจำถิ่นสามารถอาศัยอยู่ได้ในความเค็มกว้างจะมีผลผลิตค่อนข้างคงที่
| ปริมาณและเปอร์เซ็นต์การจับกุ้งทะเล
จากทะเลสาบสงขลา ระหว่างปี 2542 และปี 2543 |
|
ชนิดกุ้งทะเล
|
ปี 2542
|
ปี 2543
|
|
น้ำหนัก
(กก.)
|
เปอร์เซ็นต์ที่พบ
|
น้ำหนัก
(กก.)
|
เปอร์เซ็นต์ที่พบ
|
| กุ้งแชบ๊วย |
23,130.00
|
15.56
|
15,797.80
|
9.29
|
| กุ้งกุลาดำ |
4,700.25
|
3.16
|
31,554.00
|
18.56
|
| กุ้งกุลาลาย |
6,551.75
|
4.4
|
684.50
|
.4
|
| กุ้งหัวมัน |
13,961.75
|
9.39
|
24,944.20
|
14.67
|
| กุ้งตะกาดขาว |
93,263.00
|
62.73
|
95,722.00
|
56.29
|
| กุ้งอื่น ๆ |
7,072.00
|
4.76
|
1,343.00
|
.79
|
| รวมทั้งสิ้น |
148,678.75
|
100
|
170,045.5
|
100
|
เปรียบเทียบปริมาณผลการจับกุ้งแต่ละเดือนตลอดปี
2542 และปี 2543 (หน่วย : กิโลกรัม)
|
เดือน
|
กุ้งแชบ๊วย
|
กุ้งกุลาดำ
|
กุ้งกุลาลาย
|
กุ้งหัวมัน
|
กุ้งตะกาดขาว
|
กุ้งอื่น
ๆ
|
|
2542
|
2543
|
2542
|
2543
|
2542
|
2543
|
2542
|
2543
|
2542
|
2543
|
2542
|
2543
|
| ม.ค. |
2,332.5
|
-
|
847.5
|
289.5
|
-
|
-
|
272.5
|
1266
|
6,312.5
|
-
|
-
|
-
|
| ก.พ. |
-
|
62.5
|
672.5
|
475
|
335
|
37.5
|
56.2
|
331.3
|
256.3
|
141.3
|
-
|
-
|
| มี.ค |
-
|
-
|
421.5
|
1,318.5
|
270
|
345
|
2,841.0
|
4,997.3
|
-
|
9,121.5
|
-
|
-
|
| เม.ย |
-
|
30
|
430
|
243.8
|
75
|
-
|
1,776.3
|
1,487.5
|
-
|
-
|
-
|
-
|
| พ.ค. |
78.0
|
10.5
|
210
|
97.5
|
-
|
76.5
|
3
|
-
|
900
|
46.5
|
232.5
|
130.5
|
| มิ.ย. |
-
|
-
|
98.8
|
45
|
-
|
-
|
-
|
31.2
|
7,042.5
|
2.5
|
61.2
|
12.5
|
| ก.ค. |
1,697.5
|
127.5
|
12.5
|
-
|
851.3
|
153
|
40
|
-
|
6,506.3
|
255
|
736.3
|
-
|
| ส.ค. |
5,676
|
5,827.5
|
798
|
231
|
2,824.5
|
60
|
1242
|
-
|
43,831.5
|
11,527.5
|
1,675.5
|
1,200
|
| ก.ย. |
-
|
68.7
|
-
|
-
|
-
|
12
|
-
|
-
|
-
|
8,631.3
|
-
|
-
|
| ต.ค. |
13,176
|
924
|
966
|
210
|
2,196
|
-
|
799.5
|
825
|
27,087
|
23,325
|
4,366.5
|
-
|
| พ.ย. |
125
|
2,027.9
|
125
|
575
|
-
|
-
|
3,181.3
|
12,863.6
|
332.5
|
13,556.5
|
-
|
-
|
| ธ.ค. |
45
|
6,720
|
118.5
|
28,068.8
|
-
|
-
|
3,750
|
3,142.4
|
994.5
|
29,115
|
-
|
-
|
| รวม |
23,130
|
15,798.6
|
4,700.3
|
31,554.1
|
6,551.8
|
684
|
13,961.8
|
24,944.3
|
931,263.1
|
95,722.1
|
7,072
|
1,343
|
เอกสารอ้างอิง
อังสุนีย์ ชุณหปราณ และจุฬาภรณ์ รัตนไชย. 2544. สภาวะการประมงกุ้งทะเลที่มีค่าทางเศรษฐกิจของทะเลสาบสงขลา.
เอกสารวิชาการฉบับที่ 7/2544. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง,
กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 17 หน้า.
อังสุนีย์ ชุณหปราณ. 2539. ประเมินผลการจับสัตว์น้ำจากทะเลสาบสงขลา ปี 2537-2538.
เอกสาร วิชาการฉบับที่ 4/2539.สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่ง,
กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 32 หน้า.
|