สัตว์หน้าดิน
ฉวีวรรณ หนูนุ่น ผู้เรียบเรียง

   สัตว์หน้าดิน หมายถึง สิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์ที่อาศัยอยู่บนหรือฝังตัวตามพื้นท้องน้ำหรือพื้นทะเล และเมื่อร่อนผ่านตะแกรงจะติดค้างอยู่ในตะแกรงขนาดตา 0.5 - 1.0 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสัตว์จำพวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไส้เดือนทะเล ครัสตาเซีย หอยฝาเดียว และหอยสองฝา ฯลฯ สัตว์หน้าดินยังรวมถึงปลาต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ตามหน้าดินด้วย
   สัตว์หน้าดินมีความสำคัญต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำหลายประการด้วยกัน สัตว์หน้าดินหลายชนิดเป็นอาหารของสัตว์น้ำ เช่น Coppepods, Tanaidacea ความชุกชุมและมวลชีวภาพของสัตว์หน้าดินจึงเป็นดัชนีบอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้ สัตว์หน้าดินมีบทบาทสำคัญต่อการหมุนเวียนของสารอาหารที่สะสมอยู่ในตะกอนดินกลับสู่มวลน้ำ สัตว์หน้าดินที่ดำรงชีพด้วยการฝังตัวอยู่ในตะกอนดิน จะกวนตะกอนดิน ช่วยให้ออกซิเจนสามารถแพร่ลงสู่ตะกอนดินได้ลึก ลดการเน่าเสียของตะกอนดินได้และที่สำคัญในปัจจุบันนิยมใช้สัตว์หน้าดินชี้ถึงมลภาวะในแหล่งน้ำกันอย่างแพร่หลาย
   สัตว์หน้าดินเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารในทะเลสาบสงขลาตอนนอก และทะเลสาบสงขลาตอนใน แม้ว่าทะเลสาบสงขลาจะเป็นแหล่งน้ำกร่อยที่มีการเปลี่ยนแปลงความเค็มช่วงกว้างมาก แต่ก็มีสัตว์หน้าดินหลายชนิดที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวาง และมีปริมาณสูงในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป สัตว์หน้าดินเหล่านี้มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี และเป็นแหล่งอาหารหลักที่สำคัญของสัตว์น้ำอื่น ๆ เช่น ปลากดขี้ลิง ปลาหัวอ่อน และปลากดหัวโม่ง ซึ่งเป็นปลาที่มีมากในทะเลสาบสงขลา จึงส่งผลให้สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลามีความหลากหลายสูง ตัวอย่างสัตว์หน้าดินที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อาหารของทะเลสาบสงขลา ได้แก่ Apseudes sapensis Chilton 1926 ซึ่งเป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดในทะเลสาบสงขลา แต่สัตว์หน้าดินชนิดนี้กลับมีถิ่นอาศัยที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง คือ พบชุกชุมในทะเลสาบสงขลาบริเวณที่เป็นน้ำกร่อย แต่พบน้อยบริเวณใกล้ปากทะเลสาบสงขลา และไม่พบเลยในทะเลน้อย เนื่องจากสัตว์หน้าดินชนิดนี้ไม่ชอบอยู่ในน้ำจืด เนื่องจากสัตว์หน้าดินชนิดนี้ไม่ชอบอยู่ในน้ำจืด และเชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกหลาย ๆ ชนิดที่มีการปรับตัวเช่นเดียวกันนี้
    สัตว์หน้าดิน พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของทรัพยากรสัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลา เนื่องจากสัตว์หน้าดินมีความสำคัญในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ โดยทำหน้าที่กินผู้ผลิต หรือผู้บริโภคขั้นแรกเป็นอาหาร และต่อมาก็จะถูกสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่กว่ากินเป็นอาหารอีกทอดหนึ่ง นอกจากนั้นชนิดและจำนวนของสัตว์หน้าดิน มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องชี้บอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ และใช้ในการติดตามตรวจสอบสภาวะแวดล้อมทางน้ำ สัตว์หน้าดินอีกหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องชี้บอกภาวะมลพิษทางน้ำได้ เช่น Capitella sp.
    สัตว์หน้าดินในทะเลสาบสงขลาพบว่ามีหลากหลายกลุ่ม เช่น จากการศึกษาของสวัสดิ์ วงศ์สมนึก และสมชาติ สุขวงศ์ (2511 : 411) รายงานว่า สัตว์หน้าดินในทะเลหลวง และทะเลน้อย มี 5 ไฟลัม ได้แก่ Nemartea, Nematoda, Arthropoda, Annelida และ Mollusca ในปีต่อมา สวัสดิ์ วงศ์สมนึก และสมชาติ สุขวงศ์ (2512 : 69) ได้ศึกษาความชุกชุมและการแพร่กระจายของสัตว์หน้าดิน บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนล่าง และทะเลหลวงตอนล่าง รายงานว่าพบสัตว์หน้าดินในบริเวณดังกล่าวจำนวน 10 ไฟลัม สัตว์หน้าดินกลุ่มที่พบมากที่สุด ได้แก่ Arthopoda และ Annelida ตามลำดับในปี 2513 สวัสดิ์ วงศ์สมนึก และสมชาติ สุขวงศ์ (2513 : 233) ได้ทำการศึกษาความชุกชุม และการแพร่กระจายของสัตว์หน้าดินบริเวณเดียงกับที่ทำการศึกษาในปี 2512 รายงานว่าพบสัตว์หน้าดิน 7 ไฟลัม สำหรับกลุ่มที่พบชุกชุมมากในทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ได้แก่ Annelida หลังจากนั้นได้มีการศึกษาเกี่ยวกับสัตว์หน้าดินในทะเลสาบสงขลาเรื่อยมา เช่น จากการศึกษาของไพโรจน์ สิริมนตาภรณ์ และคณะ (2520 : 312) รายงานว่าพบสัตว์หน้าดิน 6 ไฟลัม 10 กลุ่ม ในทะเลสาบสงขลา ไพโรจน์ สิริมนตาภรณ์ และคณิต ไชยาคำ (2525 : 238) รายงานว่าพบสัตว์หน้าดินจำนวน 3 ไฟลัม ได้แก่ Arthopoda, Annelida และ Nemertea ส่วนยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร และนิคม ละอองศิริวงศ์ (2540 : 1) รายงานว่าพบสัตว์หน้าดิน 5 ไฟลัม ได้แก่ Arthopoda, Annelida, Nemertea, Mollusea และ Echinodermata ในขณะที่ Angsupanich และ Kuwabara (1995 : 155-121) รายงานว่าพบสัตว์หน้าดิน 6 ไฟลัม ได้แก่ Arthopoda, Annelida, Mollusea, Nematoda, Chordata และ Sipuneulida ในทะเลสาบสงขลา นิคม ละอองศิริวงศ์ (2544 : 36) พบสัตว์หน้าดิน 6 ไฟลัม ได้แก่ Annelida, Arthopoda, Mollusea Echinodermata Chordata และ Nemertea โดยมีความชุกชุมเฉลี่ย 1,192 ตัว/ตารางเมตร สัตว์หน้าดินที่พบส่วนใหญ่เป็นพวก Arthopoda Annelida และ Mollusea คิดเป็น 98.9% ของสัตว์หน้าดินที่พบทั้งหมด สัตว์หน้าดินในไฟลัม Annelida, Arthopoda และ Mollusea เป็นสัตว์หน้าดินที่พบเสมอในทะเลสาบสงขลาตอนนอก สัตว์หน้าดินที่พบสม่ำเสมอบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก คือ tanaidacea รองลงมาเป็นพวกหอยสองฝา Capitellidae nereidae และ nepthyidae ตามลำดับ ในขณะที่หอยสองฝาเป็นสัตว์หน้าดินที่พบชุกชุมมากที่สุด Tanaidaeca เป็นสัตว์หน้าดินที่พบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอกตลอดทั้งปี Angsupanich and Kuwabara (1995) กล่าวว่า การแพร่กระจายของ tanaidaeca บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอกถูกกำจัดด้วยความเค็ม จึงไม่พบ tanaidaeca บริเวณปากทะเลสาบ แสดงว่า tanaidacea ไม่ชอบอาศัยในบริเวณที่มีความเค็มสูง tanaidacea เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำแล้วมีการใช้สัตว์หน้าดินหลายชนิดเป็นเครื่องชี้บอกภาวะมลพิษจากอินทรีย์ เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวเองอย่างอิสระ การเลือกอยู่หรือหนีไปขึ้นกับความทนได้ของสัตว์เอง
   สัตว์หน้าดินแต่ละชนิดจะมีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นชนิดและจำนวนของสัตว์หน้าดินจึงสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องชี้บอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้ เนื่องจากสัตว์หน้าดินแต่ละชนิดมีแหล่งที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน (ไพโรจน์ สิริมนตาภรณ์ และสิริ ทุกข์วินาศ, 2529 : 38-39) ดังเช่นจากการศึกษาของ Kikuchi (1991 : 158) รายงานว่ามีสัตว์หน้าดิน 2 ชนิด ได้แก่ Capitella sp. และ Theora lubrica สามารถนำมาใช้เป็นตัวชี้บอกภาวะมลพิษของแหล่งน้ำได้ ส่วน Ferraro รายงานว่าพบสัตว์หน้าดินวงศ์ Capitellidae ชุกชุมสูง บริเวณชายฝั่งในเขตเมืองใหญ่ ๆ ที่เกิดภาวะมลพิษทางน้ำ เนื่องจากการปล่อยน้ำทิ้งของชุมชน นอกจากนั้นสามารถนำ Capitelela sp. 1 มาใช้เป็นตัวชี้บอกสภาวะการปนเปื้อนในตะกอนดิน
   Nephtys sp. เป็นไส้เดือนทะเลอีกสปีชีส์หนึ่งที่พบบ่อยมากในทะเลสาบสงขลาทั้งตอนนอก (Amgsupanich and Kuwabara 1995) และบริเวณตอนล่างของทะเลสาบสงขลาตอนใน เนื่องจากมีการแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวาง และพบได้ทุกฤดูกาล รวมทั้งระยะตัวอ่อนของวงศ์นี้ด้วย นับเป็นชนิดที่สามารถทนได้ดีในน้ำมีความเค็มช่วงกว้าง แม้ว่ามีจำนวนตัวต่อหน่วยพื้นที่ไม่มากเท่ากับที่พบในทะเลสาบสงขลาตอนนอก แต่อาจประมาณได้ว่าเป็นไส้เดือนทะเลชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อาหารที่ทำหน้าที่เป็นตัวส่งถ่ายพลังงานในกลุ่มผู้ล่าในทะเลสาบสงขลา เนื่องจากสมาชิกในสกุล Nephty sp. ส่วนใหญ่เป็นผู้ล่า แม้ว่ามีบางชนิด (N. incisa) เป็นพวกที่กินซากตะกอนเป็นอาหาร (Clark 1962) จากการสังเกตพบว่า Nephtys sp. เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างแข็งแรง ว่ายน้ำได้เร็ว และหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วเมื่อถูกกระทำ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สันนิษฐานว่าไส้เดือนทะเลชนิดนี้เป็นพวกกินเนื้อเป็นหลัก
   อย่างไรก็ตาม ตอนล่างของทะเลสาบสงขลาตอนในจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ถึงสูงในบางฤดูกาล ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ปรกติของแหล่งน้ำที่น้ำเป็นน้ำกร่อย และจืดในบางฤดูโดยทั่วไปความหลากหลายของสัตว์หน้าดินบริเวณชายฝั่งทะเลมีค่าลดลงเมื่อน้ำมีความเค็มลดลง อาจกล่าวได้ว่าเป็นข้อดีของทะเลหลวงที่มีอาหารธรรมชาติไว้เลี้ยงสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอเกือบตลอดปี อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์อาจไม่คงสภาพถาวร เนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความผิดแผกจากสภาพปรกติโดยฝนไม่ตกตามฤดูกาล ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์หน้าดินในเชิงมวลชีวภาพนั้นมีแนวโน้มว่าสอดคล้องกับความชุกชุมเป็นจำนวนตัว ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์หน้าดินในทะเลหลวงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหรือปริมาณสัตว์หน้าดิน แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องคำนึงถึงความหลากหลายด้วย
    แม้ว่าทะเลสาบสงขลาตอนใน เป็นแหล่งน้ำกร่อยที่มีการเปลี่ยนแปลงความเค็มช่วงกว้างมาก แต่พบว่ามีสัตว์น้ำหน้าดินที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวางและมีปริมาณมากอยู่หลายชนิด แสดงว่าสัตว์หน้าดินเหล่านี้มีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างดีและคงที่แล้ว และเป็นแหล่งอาหารหลักของสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่า ดังนั้นควรมีการป้องกันภาวะมลพิษที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมทั้งรอบและในทะเลสาบสงขลา ไม่ว่าจะเป็นเหตุที่เกิดจากสารมีพิษในตัวเองหรือสารไม่มีพิษในตัวเอง (แต่มีปริมาณมากขึ้นหรือน้อยลงจากสภาพธรรมชาติ) หากจะมีการพัฒนาทะเลสาบสงขลาเพื่อการใช้ประโยชน์หรือเพื่อให้คงอยู่ยั่งยืน ควรจะต้องพิจารณาและทำการศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน มิฉะนั้นความหวังดีอาจก่อให้เกิดผลเสียหายได้เช่นกัน เช่น การสร้างคันกั้นน้ำเค็มในทะเลสาบสงขลา การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และการเลี้ยงปลาในกระชังในทะเลสาบ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงทั้งชนิดและปริมาณปลาตลอดจนจำนวนกระชัง

 

เอกสารอ้างอิง
กานดา เรืองหนะ. 2543. ผลกระทบของการเลี้ยงปลากะพงขาว Lates calcaifer (Bloch) ในกระชังต่อความหลากหลายของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่บริเวณบ้านล่างท่าเสาในทะเลสาบสงขลาตอนล่าง. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 105 หน้า.
ยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร และนิคม ละอองศิริวงศ์. 2540. การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ระหว่างตะกอนดินกับสัตว์หน้าดินในทะเลสาบสงขลา. เอกสารวิชาการฉบับที่ 3/2540. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง, กรมประมง. 37 หน้า
นิคม ละอองศิริวงศ์. 2544. สังคมสัตว์หน้าดินบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก. เอกสารวิชาการฉบับที่ 2/2544. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง, กรมประมง. 36 หน้า.
เสาวภา อังสุภานิช และคณะ.2543.ประชาคมสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ และวิธีเก็บตัวอย่างที่เหมาะสมบริเวณตอนล่างของทะเลสาบสงขลาตอนในภาคใต้ของประเทศไทย.
เสาวภา อังสุภานิช และ Ren Kuwabara, 2537. พลวัตของระบบนิเวศในทะเลสาบสงขลาตอนนอก
ประเทศไทยทางใต้. หัวข้อสัตว์หน้าดิน.รายงานการวิจัยเสนอสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ.
 หน้า 109 - 122.
สวัสดิ์ วงศ์สมนึก และ สมชาติ สุขวงศ์. 2511. การศึกษาปริมาณความชุกชุมและการแพร่กระจายของเบนโธสในบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนใน.รายงานประจำปี 2513 สถานีประมงทะเลสงขลา กองสำรวจและค้นคว้า, กรมประมง.